ว่าด้วยการรับน้อง
posted on 23 Jun 2011 00:08 by narmzตอนนี้ก็ดึกมากแล้วล่ะ พรุ่งนี้ก็ต้องไปเรียนแต่อยากจะระบายบ้าง
เมื่อสักครู่นี้ได้ดูคลิปวีดีโออะไรซักอย่าง เอามาจากดราม่า
ดุดเด็ดเผ็ดมันและค่อนข้างจะแรงมากในสายตาเรา
หลังจากอ่านดราม่าจบเราก็ได้เปิดดูคลิปทั้งหมดที่วิทยากรทั้งสามท่านพูด
เราสะดุดเกือบทุกคำพูดของคุณคำผกาที่แสดงความคิดเห็นออกมา
เธอมีความคิดเห็นสวนกระแสสังคมไทยมาก
เธอน่าจะเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก และมีความคิดที่เด็ดเดี่ยวสุดๆเลย
เราชื่อชมในความคิดที่ต่างและกล้าพูดของเธอ เธอพูดตรงมาก
จนบางทีเราก็รับไม่ได้กับความตรงไปตรงมาของเธอ
เราเชื่อว่าเธอไม่มีความรักในสถาบันของเธอเธอจึงกล้าพูดประมาณว่า "จะรักสถาบันทำไม"
เราเป็นหนึ่งคนที่รักสถาบันที่เรากำลังศึกษาอยู่มาก
เราต้องขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นเด็ก ม.6 ที่กำลังจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และกำลังจะถูกรับน้อง
เราอยากรับน้องมาก และพ่อแม่เราก็สนับสนุน ท่านบอกว่าการรับน้องทำให้เรารู้จักเพื่อนๆใหม่ได้ง่ายและเร็วขึ้น
นั้นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรายินดีถูกรับน้อง แต่เราก็ไม่เห็นด้วยกับการรับน้องแบบเอะอะว๊ากๆๆๆๆ อย่างเดียว
ทรมานสารพัด ทำกิจกรรมพิเรนๆ หรือกิจกรรมเสื่อมๆ ก็ตาม
จากที่ได้ดูคลิปการรับน้องของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เราดูแล้วรู้สึกแย่มากค่ะ
ทำให้ภาพบรรยากาศการรับน้องที่แย่อยู่แล้วกลับแย่ลงไปอีก
แถมยังสะท้อนความเป็นคอมมิวนิสเบาๆอีกตังหาก (หรือไม่เบา?)
เราไม่ชอบการจัดเสวนา(เสวนาหรือเปล่า?)ในคลิปวีดีโอนี้เพราะเป็นการพูดจาจากฝ่ายเดียว
วิทยากรเป็นผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ตรงจากการรับน้อง พูกเพียงแต่ มันไม่ดีนะ ต้องเปลี่ยนต้องปฏิรูป
ด้วยเหตุผลร้อยแปด เรายอมรับว่าบางเหตุผลก็ฟังขึ้นแล้วเราก็เห็นด้วย
แต่บางครั้ง ความเห็นที่ต่างและอาการที่บ่งชี้ว่าวิทยากรไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงก็มากเกินไป
ลักษณะอาการแบบนั้นทำให้เราหงุดหงิดเล็กน้อย ทำให้วันนี้ต้องอัพบล็อคดึกขนาดนี้ 

เราว่าแค่การข้ามหาวิทยาลัยไม่สามารถทำให้เด็กเป็นผู้ใหญ่ได้ในวันนี้พรุ่งนี้หรอกเพียงแค่ได้ก้าวท้าเข้าไปในมหาวิทยาลับหรอก
พ่อแม่เราหนึ่งคนที่ไม่เห็นเราโตเป็นผู้ใหญ่ซักที ไม่ว่าเราจะพยายามพิสูจน์ซักแึค่ไหนก็ตาม
ท่านก็ยังมองว่าเราดูแลตัวเองไม่ได้ เราก็ไม่กล้าพูดหรอกว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว กล้าคิดกล้าัตัดสินใจ
แค่เลือกคณะ เรายังต้องอยู่ในกรอบของท่าน มหาลัย ยังต้องเลือกที่ื่ใกล้บ้าน
และเราเชื่อว่าหลายบ้านยังเป็นอย่างนี้อยู่ เพราะฉะนั้นยากที่จะทำให้สังคมไทยเข้าใกล้คำว่า "มีเสรีภาพ"
แม้แต่ในครอบครัวเล็กๆยังไม่มีเลย แต่เราก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไร เราก็ดำเนินชีวิตปกติ
เราเชื่อว่าเราทำให้ท่านได้เพราะเรา"รัก"ท่าน ความรักบรรดาลได้ทุกอย่าง จริงค่ะ
ส่วนตัวเราอยากเรียนนิเทศน์ วารสาร มนุษยฯ จิตวิทยา หรืออะไรทำนองนี้
แต่ทางบ้านอยากให้เราเรียนวิศวะฯซึ่งเป็นสาขาที่เราไม่อยากเรียน เรารู้ขีดจำกัดตัวเองว่าเรียนไม่ไหวแ่น่ๆ
เราก็คุยกับท่านว่าไม่ไหวนะ นู้นนี่นั้น แล้วก็สรุปออกมา it คณะที่ไม่ไกลจากวิศวะเท่าไหร่
ถามว่าอึดอัดมั้ยเราก็ตอบได้ไม่เต็มปากว่าไม่ เพราะเราก็ยังไม่ได้ลองเรียน
เพียงแต่หาข้อมูลหลักสูตรกับอ่านหนังสือบ้าง เราก็โอเค ไม่ได้ชอบมาก แต่ไม่น่าจะเกินความสามารถ
เราถือว่าเราทำให้ท่านสบายใจไว้ก่อน พอตั้งหลักได้แล้ว เราจึงจะทำอย่างที่เรา้ต้องการ
ิิออกเรื่องประเด็นรับน้องมากไกล
ครูที่สอนพิเศษเราเคยเป็นประธานอะไรซักอย่างที่เป็นหัวหน้าพี่ว๊าก ท่านเล่าให้ฟังประมาณว่า
ตอนนั้นท่านไว้ผมไว้หนวด ตัวดำเมี่ยมหน้าตาน่ากลัว ว๊ากเสียงดัง ทำหน้าขรึมตลอดเวลาเพื่อให้น้องเกรงขาม
ท่านก็เอารูปมาให้ดู ก็มีรูปหนึ่งที่พี่ว๊ากนอนทำอะไรซักอย่างบนหาดทราย
ท่านก็เล่าว่ากำลังทำโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำให้น้องรักกันได้ เราก็รู้สึกแบบ.. บอกไม่ถูกแฮะั
มีแบบนี้ด้วยนะการทำให้สามัคคีกัน เราไม่เห็นด้วยกับวิทยากรที่บอกว่าสังคมต้องการความแตกแยกหรือแตกต่างก็ขออภัย เราขี้เกียจย้อนดูใหม่มันดึกแล้ว อิอิ
เราว่าแตกต่างแต่ไม่แตกแยก ก็โอเคนะ สโลแกนนี้ ได้ยินมาจากไหนซักที่
ถ้าแตกแยกแล้วเราจะอยู่ยังไงจริงมั้ย ?
ที่บ่นมายาวเหยียดเนี่ย เราแค่จะบอกว่า "จุดประสงค์ของการรับน้องคือให้น้องๆปีหนึ่งได้ทำความรู้จักกัน"
แต่นั้นแหละ
ราตรีสวัสดิ์
Tags: คำผกา, รับน้อง, แตกต่าง, แตกแยก1 Comments


